แจ่มเลยออนบอร์ด
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 11, 2010, 02:59:18 am

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
SMF - Just Installed!
227 กระทู้ ใน 167 หัวข้อ โดย 226 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: lapadsadon
* หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
+  แจ่มเลยออนบอร์ด
|-+  ข่าวสาร/กิจกรรม
| |-+  ข่าวสารเกี่ยวสินค้า บทความใหม่ๆ ที่น่าสนใจ
| | |-+  เอกชนย้ำ3Gช้าไทยเสียโอกาสเขมรมีสิท
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: เอกชนย้ำ3Gช้าไทยเสียโอกาสเขมรมีสิท  (อ่าน 1291 ครั้ง)
anukorn
Administrator
Newbie
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 08:34:37 am »

เอกชนย้ำ3Gช้าไทยเสียโอกาสเขมรมีสิทธิแซง



ค่ายมือถือ ระบุลงทุน 3 Gล่าช้าทำไทยเสียโอกาสทางธุรกิจ เขมรอาจแซงหน้าแน่นอน เผยเอกชนพร้อมลงทุนมากว่า 4 ปีแล้ว แต่ภาคนโยบายกลับไม่ขยับ ด้านกทช. หวั่นกฎหมายใหม่ทำแผนกำหนดไลเซนส์ 3Gปลายปีนี้เคลื่อนเพราะหากประกาศในราชกิจจาฯ กทช.จะกลายเป็นเพียงรักษาการ

นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง ผลกระทบที่เกิดจากความล่าช้าในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารไร้สายของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภาว่า เอกชนมีความพร้อมในการลงทุนและให้ 3 G ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้เพราะไม่มีการออกไลเซนส์ จนไม่รู้จะตอบนักลงทุนต่างชาติว่าจะสามารถเปิดให้เมื่อไหร่ ปัญหาของผู้ประกอบการในขณะนี้ คือ ไม่สามารถลงทุนได้ ทั้งที่มีเงินลงทุน

“ทั้งนี้การเปิดให้บริการช้าส่งผลให้ประเทศเสียโอกาสด้านการลงทุน และทำให้นักลงทุนย้ายฐานการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้านแทน ที่ผ่านมาเรากลัวกันว่าจะแพ้เวียดนาม แต่ตอนนี้กลับจะถูกกัมพูชาแซงแล้ว ขณะเดียวกันเห็นว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3 G ยังไม่มีอะไรชัดเจน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็จะเป็นต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการนำมาคิดรวมกับการให้บริการด้วย โดยเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มีสาเหตุมาจากการที่นำคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของธุรกิจเข้ามาอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแล ดังนั้นเมื่อคิดอะไรไม่ออกก็ให้มีการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด “นายวิเชียรกล่าว

ทั้งที่ผ่านมาการเติบโตของโทรคมนาคมส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากโดยสังเกตได้จากมีผู้วิเคราะห์ว่าหากมีคนใช้โทรศัพท์มือถือถึง 70% จะส่งผลให้จีดีพี โตขึ้น 0.6% และหากบรอดแบนด์มีผู้ใช้ถึง 5 แสนราย จะทำให้จีดีพีโตขึ้น 3%”

นายอมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเน็กซ์ ดีแทค บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ระบุด้วยว่า ไลเซนส์ 3 G เป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะเอกชนต้องใช้เวลาในการสร้างโครงข่ายประมาณ 6-12 เดือน จึงจะสามารถเปิดให้บริการได้อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี จึงจะเห็นบริการที่เป็น 3 Gอย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องออกใบอนุญาตให้ได้โดยเร็ว เพราะกว่าจะให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องใช้เวลานาน

ด้านนายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดีย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้มีการประมูลไลเซนส์ 3 จี แต่จะต้องเปิดให้แข่งขันเฉพาะผู้ประกอบการภายในประเทศเท่านั้น เพราะหากปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาก็อาจจะไม่สามารถแข่งขันได้ เพราะมีเงินทุนมากกว่า

นายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ กทช.มีความกังวลในเรื่องของกฎหมายใหม่ที่จะออกมาใช้ เพราะหากมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไหร่ กทช.ก็จะเป็นเพียงรักษาการ ซึ่งจะไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนัก และอาจจะกระทบกับการออกใบอนุญาต 3 G ให้แก่ผู้ประกอบการทุกรายที่กำหนดไว้ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ด้านนางคนึงจิตร สุริยะธำรงกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้มีการออกใบอนุญาต(ไลเซนส์) 3 G แก่ผู้ประกอบการไปหมดแล้ว หากไทยสามารถออกไลเซนส์ได้ มั่นใจว่าผู้ประกอบการเอกชนมีความพร้อมให้บริการอย่างแน่นอน โดยฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตผ่าน 3 G ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง 20% และใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง(บรอดแบนด์)จริงๆประมาณ 7-8% ของประชากรในประเทศเท่านั้น

นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ไอซีที ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนปิดการประชุมในวันสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ส่งสภาฯก่อน 180 วัน และส่วนขั้นตอนต่อไปคงต้องรอให้สภาฯเปิดจึงจะมีการพิจารณาแก้ไขให้เป็นไปตามความต้องการของทุกฝ่าย

ข่าว : CyberBiz
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!